เล่นเกมมือถือใช้เน็ตกี่ MB? Free Fire, PUBG Mobile, ROV ต่อชั่วโมง
· อ่าน 3 นาที
หลายคนคิดว่าเล่นเกมออนไลน์ต้องใช้เน็ตเยอะ ความจริงแล้ว ตัวเกมระหว่างเล่นใช้เน็ตน้อยกว่าดู TikTok เสียอีก แต่มีบางอย่างในเกมที่กินเน็ตแบบไม่รู้ตัว บทความนี้สรุปให้ครบ

เกมดังใช้เน็ตชั่วโมงละเท่าไร

จากการวัดของ AFK Gaming (ไม่รวมไฟล์หลักและการอัปเดต)
| เกม | เน็ตต่อ 1 ชั่วโมง |
|---|---|
| Free Fire | ≈ 31 MB (ประมาณ 3 เกม) |
| PUBG Mobile | ≈ 28 MB |
| Call of Duty: Mobile | ≈ 35 MB |
ROV และเกม MOBA อื่น ๆ ยังไม่มีตัวเลขวัดที่เชื่อถือได้ แต่เกมออนไลน์แนวนี้ส่งข้อมูลแค่ตำแหน่งและการกระทำของผู้เล่น ไม่ได้ส่งวิดีโอ จึงอยู่ในหลักสิบ MB ต่อชั่วโมงเช่นกัน
เทียบกัน: ดู TikTok 1 ชั่วโมงใช้ราว 300 MB มากกว่าเล่นเกม 10 เท่า
แล้วเน็ตหายไปไหน

1. อัปเดตเกม
เกมใหญ่อัปเดตทีละหลายร้อย MB ถึงหลาย GB และมีแพ็กข้อมูลเพิ่ม เช่น เสียงพากย์ แผนที่ใหม่ ควรอัปเดตผ่าน Wi-Fi
2. คุยเสียงในทีม
เปิดไมค์คุยตลอดเกมใช้เน็ตเพิ่ม (หลักสิบ MB ต่อชั่วโมง) และถ้าใช้แอปโทรคุยแยก เช่น Discord ก็ใช้เพิ่มอีก
3. ไลฟ์เกม
การไลฟ์ลง TikTok หรือ YouTube คือการ อัปโหลดวิดีโอต่อเนื่อง ใช้เน็ตมากกว่าการเล่นอย่างเดียวหลายสิบเท่า
4. ดูคลิปสอนเล่น / ดูคนอื่นไลฟ์
อันนี้คือการดูวิดีโอ ใช้เน็ตเท่ากับดู YouTube (ดูตาราง)
สำหรับเกม ความนิ่งสำคัญกว่าปริมาณ
ตัวเลขที่ทำให้แพ้หรือชนะคือ ping (ความหน่วง) ไม่ใช่ความเร็วหรือปริมาณเน็ต เน็ตแรงแต่ ping สูงก็ยังแล็ก อ่านวิธีแก้ได้ที่ เล่นเกมมือถือปิงสูง แล็ก แก้ยังไง
โปรเน็ตแบบไหนเหมาะกับสายเกม
| สไตล์การเล่น | แนะนำ |
|---|---|
| เล่นเกมอย่างเดียว อัปเดตผ่าน Wi-Fi | ไม่อั้น 2 Mbps ก็พอ |
| เล่นเกม + ดูคลิป + โซเชียล | ไม่อั้น 4 Mbps |
| ไลฟ์เกม / ต้องโหลดอัปเดตผ่านเน็ตมือถือ | 6–10 Mbps (ตรวจเงื่อนไขแพ็ก) |
ถ้ามือถือรองรับ 5G และอยู่ในพื้นที่ 5G มักได้ ping ต่ำกว่า ดูโปรที่เหมาะกับนักเรียนได้ที่ โปรเน็ตนักเรียน นักศึกษา